



อาคารอัจฉริยะ (INTELLIGEN BUILDING) นั้นมาจากแหล่งกำเนิดสองประเทศ คือ อเมริกาและญี่ปุ่นซึ่งมีแนวคิดความคิดแตกต่างกันออกไป กล่าวคือ อเมริกาจะเน้นถึงการบริหารอาคาร ให้มีประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน ความปลอดภัย ความสะดวกสบายของคนทำงานในอาคาร และการบำรุงรักษา ส่วนญี่ปุ่นจะเน้นถึงการสื่อสารโทรคมนาคม โทรศัพท์ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ทั้งการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ในอาคารอาคารอัจฉริยะมีระบบต่าง ๆ ที่ทำงานสัมพันธ์กันดังนี้- ระบบปรับอากาศ, ระบบแสงสว่าง, ระบบรักษาความปลอดภัย, ระบบสัญญาณตรวจจับและเตือนไฟไหม้, ระบบดังเพลิง- ระบบประหยัดพลังงาน- ระบบสื่อสารโทรคมนาคมและระบบสำนักงานอัตโนมัติ
แนวความคิดในการออกแบบอาคารอัจฉริยะวัตถุประสงค์การออกแบบอาคารให้เป็นอาคารอัจริยะนั้นประกอบด้วยหลักเกณฑ์พื้นฐานดังนี้- ออกแบบให้สามารถเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงพื้นที่ใช้สอยและการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีในอนาคต- ลดการใช้พลังงานและค่าใช้จ่ายในการใช้สอยอาคารเพื่อประกอบธุรกิจนั้น ๆ
ระบบควบคุมอาคารอัตโนมัติ (BUILDING CONTROL SYSTEMS)- การควบคุมอุณหภูมิและความชื้นโดยอัตโนมัติ เพื่อปรับสภาพอากาศ ให้เหมาะสมกับการทำงานของบุคคลในอาคารสำนักงาน โดยการนำตัวควบคุมแบบดิจิตอล มาใช้ในระบบควบคุมอัตโนมัติเนื่องจากมีขนาดเล็กกว่า และถูกกว่าและมีประสิทธิภาพสูงกว่า การดูแลและควบคุมอาคารจากศูนย์กลางเดียวกันทำให้ง่ายต่อการบำรุงรักษา และปรหยัดช่างเทคนิค ในการบำรุงเครื่องมือและอุปกรณ์ในอาคาร รวมทั้งการวัดค่ากำลังงานไฟฟ้าที่ใช้งานเพื่อประโยชน์ในการวางแผนประหยัดพลังงานไฟฟ้าและการออกบิลเรียกเก็บเงินจากลูกค้าที่เช่าอาคาร การสั่งการโดยใช้โทรศัพท์เพื่อเปิด-ปิดแอร์และแสงสว่างนอกช่วงเวลาปกติ เพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า การควบคุมลิฟท์โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อการควบคุมช่วงเวลาเปิดประตูลิฟท์แต่ละตัว ทั้งนี้เพื่อการประหยัดพลังงานและยืดอายุการใช้งานของลิฟท์- ผังระบบภายในอาคาร ที่ติดตั้งในห้องควบคุม ซึ่งจะประกอบด้วยระบบอัคคีภัย, รักษาความปลอดภัย,ลิฟท์, ชิลเลอร์และ AHU เป็นต้น เพื่อแสดงสถานะของอุปกรณ์แต่ละตัว ในอาคารซึ่งเป็นข้อมูล ให้กับผู้ควบคุมจัดการระบบต่างได้ดี
แนวความคิดในการออกแบบอาคารอัจฉริยะวัตถุประสงค์การออกแบบอาคารให้เป็นอาคารอัจริยะนั้นประกอบด้วยหลักเกณฑ์พื้นฐานดังนี้- ออกแบบให้สามารถเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงพื้นที่ใช้สอยและการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีในอนาคต- ลดการใช้พลังงานและค่าใช้จ่ายในการใช้สอยอาคารเพื่อประกอบธุรกิจนั้น ๆ
ระบบควบคุมอาคารอัตโนมัติ (BUILDING CONTROL SYSTEMS)- การควบคุมอุณหภูมิและความชื้นโดยอัตโนมัติ เพื่อปรับสภาพอากาศ ให้เหมาะสมกับการทำงานของบุคคลในอาคารสำนักงาน โดยการนำตัวควบคุมแบบดิจิตอล มาใช้ในระบบควบคุมอัตโนมัติเนื่องจากมีขนาดเล็กกว่า และถูกกว่าและมีประสิทธิภาพสูงกว่า การดูแลและควบคุมอาคารจากศูนย์กลางเดียวกันทำให้ง่ายต่อการบำรุงรักษา และปรหยัดช่างเทคนิค ในการบำรุงเครื่องมือและอุปกรณ์ในอาคาร รวมทั้งการวัดค่ากำลังงานไฟฟ้าที่ใช้งานเพื่อประโยชน์ในการวางแผนประหยัดพลังงานไฟฟ้าและการออกบิลเรียกเก็บเงินจากลูกค้าที่เช่าอาคาร การสั่งการโดยใช้โทรศัพท์เพื่อเปิด-ปิดแอร์และแสงสว่างนอกช่วงเวลาปกติ เพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า การควบคุมลิฟท์โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อการควบคุมช่วงเวลาเปิดประตูลิฟท์แต่ละตัว ทั้งนี้เพื่อการประหยัดพลังงานและยืดอายุการใช้งานของลิฟท์- ผังระบบภายในอาคาร ที่ติดตั้งในห้องควบคุม ซึ่งจะประกอบด้วยระบบอัคคีภัย, รักษาความปลอดภัย,ลิฟท์, ชิลเลอร์และ AHU เป็นต้น เพื่อแสดงสถานะของอุปกรณ์แต่ละตัว ในอาคารซึ่งเป็นข้อมูล ให้กับผู้ควบคุมจัดการระบบต่างได้ดี
ระบบรักษาความปลอดภัย (SECURITY SYSTEM)- ระบบโทรทัศน์วงจรปิด เพื่อตรวจตราดูในบริเวณที่สำคัญและสามารถบันทึกภาพไว้ดูภายหลังได้- ระบบการตรวจจับการบุกรุกรอบอาคาร โดยจะแจ้งมาที่ห้องควบคุมระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวจะติดตั้งไว้ในบริเวณห้องต่าง ๆ ที่สำคัญ การควบคุมบริเวณเข้าออกในอาคาร โดยการใช้ประตูอัตโนมัติ หรือการดูสถานะของประตู การให้บัตรยินยอมให้ผู้ถือบัตรผ่านเข้าออกประตูนั้น ๆ ได้- ระบบตรวจสอบการเดินยาม ใช้บันทึกเวลาและเส้นทางเดินทางของยาม - ปุ่มกดฉุกเฉิน ติดตั้งไว้ในบริเวณห้องเก็บเงินหรือบริเวณยามรักษาการณ์ใช้กดเพื่อแจ้งเหตุร้าย รายงานมาห้องควบคุมจะติดที่โต๊ะหรือซ่อมไว้ที่เหมาะสม- การควบคุมการจอดรถ เพื่อตรวจสอบจำนวนรถที่เข้าในอาคารมีที่ว่างพอหรือไม่
ระบบประหยัดพลังงาน (ENERGY SAVING SYSTEM)- การควบคุมระบบปรับอากาศให้ทำงานที่จุดเหมาะสมเพื่อประหยัดพลังงาน ตามอัตราส่วนของปริมาณความร้อนที่ใช้งานจริง- การควบคุมเปิด-ปิดระบบปรับอากาศตามโปรแกรมเวลา- การควบคุมระบบแสงสว่างให้เปิด-ปิดตามโปรแกรมเวลาร่วมกับ Sensor เพื่อประหยัดไฟฟ้า- การควบคุมความต้องการพลังงานไฟฟ้าสูงสุด โดยการปิดอุปกรณ์บางส่วนที่ไม่จำเป็น- การใช้ HEAT EXCHANGER ในการทำอากาศภายนอกอาคารให้เย็นลง โดยใช้อากาศภายในอาคาร ที่ถูดดูดทิ้งแบบตัวทำความเย็นให้ก่อนที่จะดูดอากาศภายนอกเข้ามาในอาคาร- การควบคุมการเปิดอุปกรณ์ในกรณีที่ไฟฟ้าดับแล้วมาใหม่
ระบบสื่อสารโทรคมนาคม (TELECOMMUNICATION) - ระบบโทรศัพท์ภายในและ PBX ซึ่งสำคัญที่สุดในการสื่อสารในอาคาร- ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์โดยการส่งผ่านข่าวสารผ่าน Central Computer- การบันทึกเสียงโทรศัพท์อัตโนมัติ- การจัดให้มีการประชุมทางโทรศัพท์ได้- การสื่อสารทางวิทยุกับอาคารอื่น ๆได้
ระบบสำนักงานอัตโนมัติ (OFFICE AUTOMATION SYSTEM)การจัดให้มีการแสดงข่าวสารในบริเวณห้องโถงของส่วนรวมและระบบข่าวสารของแผนกต้อนรับเพื่อบริการแก่ลูกค้าที่เข้ามาในอาคาร
การจัดสภาพแวดล้อมในอาคาร (ENVIRONMENTAL PLANNING)- การออกแบบทางสถาปัตยกรรมเกี่ยวกับพื้นที่ใช้สอยบริเวณต่าง ๆ ให้มีความคล่องตัว- ชุดเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในสำนักงานต้องจัดให้เหมาะสม สามารถเพิ่มเติมความต้องการได้ง่าย- การออกแบบชุดโต๊ะทำงานและการตบแต่ง ให้เหมาะสมทางกายภาพ รวมทั้งการคำนึงถึงแสงสว่าง- การจัดให้มีห้องนั่งเล่นหรือพักผ่อนของพนักงาน
ระบบโครงสร้างอาคาร (BUILDING CONSTRUCITON)- การจัดระบบ LAN เป็นระบบสื่อสารหลักของอาคารและฝ่ายทุก ๆ ชั้นของอาคารรวมทั้งระบบโทรศัพท์- การเดินสายใต้พื้น ต้องจัดให้มีพื้นยก ใช้ท่อเดินสายไฟชนิดใต้ดิน รวมทั้งแบบใต้พรม- การเดินสายในฝ้าเพดาน ต้องสามานที่จะเปลี่ยนแปลงได้ง่าย จัดให้มีช่องว่างพอสมควร- การจัดระบบปรับอากาศให้สามารถเปลี่ยนแปลงพื้นที่ใช้สอยของแต่ละโซนได้สะดวก